จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 และศูนย์กลางพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง เดิมพื้นที่เมืองอุดรธานีในปัจจุบันคือบ้านเดื่อหมากแข้ง ซึ่งมีมานานร่วมสมัยกับเมืองเวียงจันทน์ อาณาจักรล้านช้าง เมืองอุดรธานีได้รับการสถาปนาให้เป็นเมืองศูนย์บัญชาการการปกครองของมณฑลอุดรอย่างเป็นทางการในสมัยรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2436 โดยพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งทรงเป็นข้าหลวงใหญ่สำเร็จราชการแทนพระองค์ปกครอง มณฑลอุดร ในสมัยที่มีการปกครองในรูปแบบมณฑลเทศาภิบาล กรุงรัตนโกสินทร์ เมืองอุดรธานีเกิดจากรวมกันของหัวเมืองฝ่ายเหนือในพื้นที่มณฑลอุดร (มณฑลลาวพวน) คือ เมืองกุมภวาปี เมืองหนองหาน เมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน และบ้านเดื่อหมากแข้ง มีอาณาเขตปกครองกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศ จังหวัดอุดรธานีอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 564 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 11,730 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 7,331,438.75 ไร่)
ปัจจุบันอุดรธานีเป็นศูนย์กลางหน่วยงานราชการต่างๆ ในภูมิภาค ศูนย์กลางการเดินทางทางบกและทางอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน
การสร้างบ้านแปงเมือง
พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ทรงวางแผน สร้างบ้านแปงเมืองอย่างจริงจัง พระองค์ทรงวางผังเมือง ค่ายทหาร ตลอดจนสถานที่ราชการต่างๆ โดยหันหน้าไปทางทิศเหนือเกือบทุกแห่ง ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ากันว่าที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากความฝั่งใจที่คนไทยได้รับการข่มเหงรังแกจากฝรั่งเศสในสมัยนั้น ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดเวลา พระองค์จึงทรงตั้งพระทัยจะตั้งรับฝรั่งเศสผู้รุกราน
พระองค์ทรงได้สร้างวังที่ประทับใกล้ต้นโพธิ์ใหญ่ บริเวณที่เป็นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน ควบคู่กันไปกับการสร้างเมือง วัดนี้เดิมเป็นวัดร้างสร้างขึ้นบนเนินดินซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “โนนหมากแข้ง” เป็นวัดที่มีเจดีย์ศิลาแลงอยู่องค์หนึ่งและมีพระพุทธรูปปางนาคปรกหินสีขาว คือ “หลวงพ่อนาค” อันเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาเล็กๆมุงด้วยหญ้าคา ซึ่งชาวบ้านในละแวกนั้นได้พร้อมใจกันสร้างขึ้นมา เจดีย์องค์นี้มีตำนานเล่าสืบทอดกันมาว่าได้สร้างคร่อมตอต้นไม้หมากแข้ง ซึ่งพระเจ้าช้างร่มขาวแห่งอาณาจักรล้านช้างทรงโค่นไปทำกลองศึก 3 ใบ ใบแรกใหญ่สุดเอาไว้ที่ราชธานี คือ หลวงพระบาง ใบที่สองรองลงมาเอาไว้ที่นครเวียงจันทร์ ส่วนใบที่สามเล็กสุดนำไปไว้ที่วัดหนองบัวกลอง ซึ่งอยู่ริมแหล่งหนองน้ำหนองบัวกลอง บริเวณที่ตั้งศาลเจ้าปู่ยาในปัจจุบัน ตำนานยังได้บรรยายถึงความใหญ่โตของต้นหมากแข้งต้นนี้ว่า พระภิกษุสามเณร 8 รูป สามารถนั่งฉันจังหันรอบตอไม้หมากแข้งนี้ใช้แทนภาข้าว(สำรับสำหรับวางอาหารแบบขันโตก) นี้ได้อย่างสบาย
พระองค์ได้อาศัยความเลื่อมใสศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อโบราณสถานเก่าแก่แห่งนี้ พระองค์จึงตั้งพระทัยที่จะสร้างพระอารามหลวงขึ้นเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง ในชั้นแรกโปรดให้สร้างกุฎิหลังเล็กๆขึ้นหลังหนึ่ง ห่างจากพระเจดีย์ไปทางเหนือประมาณ 8 เมตร แล้วอาราธนาพระพุทธรูปนาคปรกหินขาว(หลวงพ่อนาค ) เข้ามาประดิษฐานหน้ามุขพระอุโบสถ วัดมัชฌิมาวาสจึงเป็นที่เลื่อมใสของประชาชนสืบมา พระองค์ทรงทะนุบำรุงวัดนี้และให้ทรงกวดขันการปฏิบัติกิจของพระสงฆ์เกี่ยวกับการสวดมนต์และการประกอบพิธีต่างๆอีกทั้งยังทรงใช้วัดนี้เป็นสถานที่อบรมกุลบุตรกุลธิดาให้ได้รับความรู้อีกด้วย\
แทงหวยออนไลน์ lottoduck
ปัจจุบันอุดรธานีเป็นศูนย์กลางหน่วยงานราชการต่างๆ ในภูมิภาค ศูนย์กลางการเดินทางทางบกและทางอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน
การสร้างบ้านแปงเมือง
พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ทรงวางแผน สร้างบ้านแปงเมืองอย่างจริงจัง พระองค์ทรงวางผังเมือง ค่ายทหาร ตลอดจนสถานที่ราชการต่างๆ โดยหันหน้าไปทางทิศเหนือเกือบทุกแห่ง ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ากันว่าที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากความฝั่งใจที่คนไทยได้รับการข่มเหงรังแกจากฝรั่งเศสในสมัยนั้น ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดเวลา พระองค์จึงทรงตั้งพระทัยจะตั้งรับฝรั่งเศสผู้รุกราน
พระองค์ทรงได้สร้างวังที่ประทับใกล้ต้นโพธิ์ใหญ่ บริเวณที่เป็นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน ควบคู่กันไปกับการสร้างเมือง วัดนี้เดิมเป็นวัดร้างสร้างขึ้นบนเนินดินซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “โนนหมากแข้ง” เป็นวัดที่มีเจดีย์ศิลาแลงอยู่องค์หนึ่งและมีพระพุทธรูปปางนาคปรกหินสีขาว คือ “หลวงพ่อนาค” อันเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาเล็กๆมุงด้วยหญ้าคา ซึ่งชาวบ้านในละแวกนั้นได้พร้อมใจกันสร้างขึ้นมา เจดีย์องค์นี้มีตำนานเล่าสืบทอดกันมาว่าได้สร้างคร่อมตอต้นไม้หมากแข้ง ซึ่งพระเจ้าช้างร่มขาวแห่งอาณาจักรล้านช้างทรงโค่นไปทำกลองศึก 3 ใบ ใบแรกใหญ่สุดเอาไว้ที่ราชธานี คือ หลวงพระบาง ใบที่สองรองลงมาเอาไว้ที่นครเวียงจันทร์ ส่วนใบที่สามเล็กสุดนำไปไว้ที่วัดหนองบัวกลอง ซึ่งอยู่ริมแหล่งหนองน้ำหนองบัวกลอง บริเวณที่ตั้งศาลเจ้าปู่ยาในปัจจุบัน ตำนานยังได้บรรยายถึงความใหญ่โตของต้นหมากแข้งต้นนี้ว่า พระภิกษุสามเณร 8 รูป สามารถนั่งฉันจังหันรอบตอไม้หมากแข้งนี้ใช้แทนภาข้าว(สำรับสำหรับวางอาหารแบบขันโตก) นี้ได้อย่างสบาย
พระองค์ได้อาศัยความเลื่อมใสศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อโบราณสถานเก่าแก่แห่งนี้ พระองค์จึงตั้งพระทัยที่จะสร้างพระอารามหลวงขึ้นเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง ในชั้นแรกโปรดให้สร้างกุฎิหลังเล็กๆขึ้นหลังหนึ่ง ห่างจากพระเจดีย์ไปทางเหนือประมาณ 8 เมตร แล้วอาราธนาพระพุทธรูปนาคปรกหินขาว(หลวงพ่อนาค ) เข้ามาประดิษฐานหน้ามุขพระอุโบสถ วัดมัชฌิมาวาสจึงเป็นที่เลื่อมใสของประชาชนสืบมา พระองค์ทรงทะนุบำรุงวัดนี้และให้ทรงกวดขันการปฏิบัติกิจของพระสงฆ์เกี่ยวกับการสวดมนต์และการประกอบพิธีต่างๆอีกทั้งยังทรงใช้วัดนี้เป็นสถานที่อบรมกุลบุตรกุลธิดาให้ได้รับความรู้อีกด้วย\
แทงหวยออนไลน์ lottoduck
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น