โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางอารมณ์ที่พบบ่อย
โดยมีความชุกตลอดช่วงชีวิตถึง 12% พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายและพบได้ในทุกช่วงอายุ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก เช่น
การสูญเสีย ความผิดหวังหรือการหย่าร้าง การเป็นโรคนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เป็นนั้นจะเป็นคนอ่อนแอ
ล้มเหลวหรือไม่มีความสามารถ
เพราะมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าโรคซึมเศร้ามีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการทำงานของระบบสมองที่ผิดปกติ
ในปัจจุบันโรคซึมเศร้าสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาและการรักษาทางจิตใจ
หากไม่ได้รับการรักษาอาจเกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน
การทำงานและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง นำไปสู่ภาวะซึมเศร้าที่รุนแรงมากขึ้น เช่น
มีอาการหลงผิด หูแว่ว มีความคิดทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตาย
สาเหตุของโรคซึมเศร้า
ความผิดปกติในสมอง เช่น สารสื่อประสาท
ฮอร์โมนและวงจรระบบประสาท
ผู้ที่มีญาติเป็นโรคทางอารมณ์จะมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า
แต่ทั้งนี้ผู้ที่ไม่มีญาติเป็นโรคทางอารมณ์ก็อาจเป็นโรคนี้ได้
สภาพจิตใจของแต่ละคนอันเนื่องมาจากการเลี้ยงดู
สภาพแวดล้อมและเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการคิดและมุมมองต่อตนเอง
เช่น มองโลกในแง่ร้าย สิ้นหวังหรือขาดความภูมิใจในตนเอง
ภาวะซึมเศ้ราอาจเกิดจากความผิดปกติอื่นๆ เช้น
โรคทางกาย (ไทรอยด์ ลมชัก สมองเสื่อม ฯลฯ) ยารักษาโรคบางชนิด ปัญหายาเสพติด
โรคอารมณ์สองขั้ว โรควิตกกังวล ฯลฯ
อาการของโรคซึมเศร้า
ผู้เป็นโรคซึมเศร้ามักมีอาการดังต่อไปนี้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า
2 สัปดาห์
เก็บตัว แยกตัวออกจากสังคม
รู้สึกเศ้รา ท้อแท้ และสิ้นหวัง
รู้สึกตนเองไร้ค่า
รู้สึกผิดและโทษตนเองตลอดเวลา
ขาดความสนใจหรือความเพลิดเพลินในการทำกิจกรรมต่างๆ
เคลื่อนไหวช้างลงหรือกระสับกระส่าย
เหนื่อยและอ่อนเพลียตลอดเวลา
ขาดสมาธิ
ความสามารถในการคิดและการตัดสินใจน้อยลง
เบื่ออาหารหรืออยากอาหารมากขึ้น
นอนมากหรือน้อยกว่าปกติ
มีความคิดหรือพยายามฆ่าตัวตาย
มีปัญหาในการทำงานและการใช้ชีวิตในสังคม
การรักษาโรคซึมเศร้า
การรักษาหลักของโรคซึมเศร้าคือ
การพูดคุยให้คำปรึกษา การทำจิตบำบัดและการใช้ยากลุ่มต้านเศร้า
ผู้ป่วยทีมีอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล
ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถดีขึ้นได้จนสามารถทำงานและดำรงชีวิตได้อย่างปกติหากได้รับการรักษาที่เหมาะสม

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น