แนะผู้สูงอายุปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต
กินอาหารที่มีเส้นใย ผักผลไม้ให้มาก ดื่มน้ำ 6 – 8
แก้วต่อวัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ขัยถ่ายให้เป็นเวลา
และไม่ควรซื้อยาระบายมากินเป็นประจำ ป้องกันอาการไม่พึงประสงค์จากท้องผูกได้
ทำไมผู้สูงอายุถึงเสี่ยงท้องผูก ?
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์
รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ท้องผูก คือ
อาการที่มีความยากลำบากในการถ่ายอุจจาระ ต้องใช้เวลาในการถ่ายมาก
มีการเบ่งถ่ายอุจจาระ ลักษณะอุจจาระแข็งมาก
ถ่ายแล้วแต่ยังมีความรู้สึกว่าถ่ายยังไม่หมด หรือปวดท้องอยากถ่ายอยู่ตลอดเวลา
และมีความถี่ของการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
เป็นปัญหาที่พบได้ในคนทุกเพศ ทุกวัย และผู้สูงอายุ ซึ่งการได้รับใยอาหารไม่เพียงพอจะทำให้เกิดภาวะท้องผูก
อึดอัด เบื่ออาหาร อาจทำให้เกิดโรคลำไส้ใหญ่โป่งพอง ริดสีดวงทวาร มะเร็งลำไส้ใหญ่
เส้นเลือดขอด นิ่วในถุงน้ำดี
ปัจจัยเสี่ยง ท้องผูก
นายแพทย์สกานต์ บุนนาค
ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า
อาการท้องผูกมีสาเหตุจากปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่
กินอาหารที่มีกากน้อยหรือ เส้นใยน้อยมาก
ดื่มน้ำในปริมาณน้อย
ขับถ่ายไม่เป็นเวลาหรือกลั้นอุจจาระบ่อย ๆ
กินยาเพื่อรักษาโรคประจำตัว การกินยาบางชนิด
เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้ปวด และยาลดกรด เป็นต้น
วิธีลดความเสี่ยงอาการท้องผูก
คำแนะนำในการดูแลที่ทำให้อาการท้องผูกดีขึ้น
โดยไม่ต้องใช้ยา ได้แก่
ปรับเปลี่ยนลักษณะการกินอาหาร
ควรมีการปรับแต่งอาหารของผู้สูงอายุให้ประกอบด้วยผักและผลไม้มากขึ้น
ถ้าผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่องฟัน ควรเลือกผักที่นิ่มเพื่อทำให้ทานง่ายขึ้น
ดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
ประมาณ 6–8 แก้ว
ฝึกการขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา
และที่สำคัญอย่ากลั้นอุจจาระ
ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสม
ผู้สูงอายุไม่ควรซื้อยาระบายกินเองเป็นประจำ
เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาเรื้อรังของลำไส้ใหญ่ในภายหลัง
ควรพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและรักษา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น