ร่างกายของคุณเหมือนคนอายุเท่าไหร่?
คงเป็นเรื่องน่าตกใจ หากคุณพบว่า…
ตัวเองมีสภาวะร่างกายที่เสื่อมถอยกว่าอายุปัจจุบันถึง
10 ปี
ฮอร์โมนของคุณเริ่มลดต่ำและขาดสมดุลโดยไม่รู้ตัว
มวลกล้ามเนื้อหายไปรวดเร็วกว่าคนวัยเดียวกัน
และหลอดเลือดของคุณกำลังมีแผลเล็กๆ
ซึ่งเป็นสัญญานเริ่มต้นของโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ
โดยที่ภาวะเหล่านี้เกิดขึ้นแม้ผลการตรวจสุขภาพประจำปีจะระบุว่าคุณไม่มีโรคร้ายแรงใดๆ
ที่ต้องกังวล อวัยวะและระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานเป็นปกติดีทุกประการ
ไม่ป่วย ไม่ได้หมายถึง “แข็งแรง”
สัญญาณเบื้องต้นที่บ่งบอกถึงความเสื่อมของร่างกายนั้น
ไม่อาจวัดได้ด้วยการตรวจสุขภาพทั่วไปเพียงอย่างเดียว
เพราะการตรวจสุขภาพประจำปีเป็นการตรวจคัดกรองโรคและปัญหาสุขภาพต่างๆ
ที่ซ่อนอยู่โดยไม่ปรากฏอาการ เมื่อไม่พบโรคร้ายหรือความผิดปกติที่รุนแรง
จึงไม่ได้หมายความว่าคุณแข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็น
การตรวจสภาวะความแข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกายที่แท้จริงต้องการการตรวจในระดับที่ลึกกว่าและครอบคลุมกว่า
เพื่อให้แพทย์สามารถคาดการณ์ถึงปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น
และให้คำแนะนำแนวทางในการป้องกันก่อนการเจ็บป่วยได้ อันเป็นหลักการของเวชศาสตร์ป้องกันและการคาดการณ์โรคล่วงหน้า
(predictive and preventive medicine) ซึ่งจะช่วยให้คุณมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
มีพลังชีวิตมากขึ้น กระปรี้กระเปร่า และดูอ่อนเยาว์ลง
ตรวจหาอายุที่แท้จริงของร่างกาย (Biological
age)
การตรวจความแข็งแรงสมบูรณ์หรือการหาอายุที่แท้จริงของสภาวะร่างกาย
สามารถทำได้ด้วยการตรวจสุขภาพโดยรวมซึ่งเป็นการตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย
ร่วมกับการวิเคราะห์ดัชนีชี้วัดทางสุขภาพทั้ง 9
ด้านที่เรียกว่า vitality comprehensive test ซึ่งได้แก่
ระดับฮอร์โมน
ฮอร์โมนเป็นส่วนประกอบเคมีที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย อารมณ์
และความรู้สึกต่างๆ ความสมดุลของฮอร์โมนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพ
ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจวัดระดับฮอร์โมนต่างๆ เช่น growth hormone ฮอร์โมนไทรอยด์
ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต และฮอร์โมนเพศ เพื่อดูว่ามีการพร่องฮอร์โมนเกิดขึ้นหรือไม่
ภาวะการอักเสบในร่างกาย
เป็นการตรวจดูการอักเสบในหลอดเลือดซึ่งเป็นการตรวจระดับลึก
โดยใช้ตัวชี้วัดระดับการอักเสบ ได้แก่ โปรตีน C-reactive protein (CRP) ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อการอักเสบ
รวมถึงตรวจวัดระดับของสาร homocysteine ในเลือดที่จะช่วยให้ทราบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในหลอดเลือดหรือไม่
เป็นการตรวจหาความเสี่ยงของการเกิดภาวะหลอดเลือดตีบแคบหรืออุดตันในระยะเริ่มต้นที่ยังสามารถรักษาได้
ความฟิตของร่างกาย
เป็นการตรวจสภาวะความสมบูรณ์ของร่างกายในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ
ว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด โดยตัวอย่างองค์ประกอบที่ใช้วัด ได้แก่
ความคล่องแคล่วว่องไว ความแข็งแรงของระบบหัวใจและปอด ความยืดหยุ่นของร่างกาย
เวลาปฏิกิริยาตอบสนอง (reaction time) การทำงานสอดประสานระหว่างตา-มือ-เท้า
รวมถึงความอดทนและแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลักทั้ง 3
ส่วนคือ กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขา และกล้ามเนื้อตามลำตัว
ความเครียด
ความเครียดไม่เพียงก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ อารมณ์
และพฤติกรรมเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย
เพราะเมื่อเกิดความเครียด ต่อมหมวกไตจะถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักขึ้น
เพื่อหลั่งฮอร์โมนในกลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์เพิ่มสำหรับต่อสู้กับความเครียด
เมื่อเกิดความเครียดเรื้อรังจะส่งผลให้เกิดภาวะต่อมหมวกไตล้าและปัญหาสุขภาพอื่นๆ
เช่น ภาวะซึมเศร้า อ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดตัว ปวดข้อ
และทำให้เกิดโรคติดเชื้อได้ง่าย เช่น ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ ทั้งนี้
ความเครียดสามารถตรวจวัดได้ด้วยแบบประเมินความเครียดและการตรวจวัดระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินชีวิต
เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยบ่งบอกถึงภาวะสุขภาพได้
โดยจะประเมินจากปริมาณการออกกำลังกาย การนอนหลับ การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การสูบบุหรี่ และแปลผลจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ
องค์ประกอบของร่างกาย
เป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกายอย่างละเอียด ด้วยการตรวจกล้ามเนื้อ
มวลกระดูก มวลไขมัน ปริมาณน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย
เพื่อดูความสมดุลขององค์ประกอบทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้ทราบถึงภาวะโภชนาการของร่างกายเพื่อการแก้ไขที่ตรงจุด
ความดันโลหิต
เพื่อให้ทราบถึงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเบื้องต้น
คาร์โบไฮเดรต
เป็นการตรวจระดับอินซูลินและระดับน้ำตาลรวมไปถึงน้ำตาลสะสม
คอเลสเตอรอล
เป็นการตรวจระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ รวมถึงไขมันชนิดดีและไม่ดี
เพื่อดูความเสี่ยง ของโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น